Thai ZBrush

Archive for the ‘หนัง’ Category

ช่วงนี้งานค่อนข้างรัดตัว แต่ก็พยายามทำ Pre-production งานดีไซน์คาแรกเตอร์เพชรพระอุมาให้ มจ.ชาตรี ได้ทรงเห็นด้วย สำหรับใครที่ไม่รู้จักเรื่องเพชรพระอุมา ขอบอกว่าเชยมาก (ล้อเล่นครับ) เหอๆ ผมขออนุญาติแนะนำ (โดยการคัดลอกข้อมูลจากเว๊บวิกิ ละกัน)

เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของนายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2533 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน

โครงเรื่องของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้เค้าโครงเรื่องมาจากแนวความคิดของเรื่องคิง โซโลมอน’ส มายน์ส ของ เซอร์ฯ แฮกการ์ด ซึ่งเป็นเค้าโครงของการผจญภัยเรื่องที่ดีมากเรื่องหนึ่ง โดยก่อนหน้าที่พนมเทียนจะเขียนเพชรพระอุมาก็ได้มีการวางโครงเรื่องคร่าว ๆ ไว้เช่นเดียวกับงานเขียนอื่น ๆ ซึ่งโครงเรื่องคร่าว ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนวางเอาไว้เพียงเล็กน้อยโดยกำหนดให้เป็นเรื่องราวการผจญภัยในป่าของ นายพรานผู้นำทางคนหนึ่งเท่านั้น

ตัวแรกที่เริ่มทำนี้คือผีกองกอย ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์หระหลาดที่คณะเดินทางได้พบ นี่คือคำบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดชนิดนี้

ใบหน้ารูปวงกลมนั้น ใหญ่ขนาดหน้าเด็กอายุ 8 ขวบ แต่มันมีลักษณะเหมือนใบหน้าของสัตว์ประหลาดในนรกภูมิ ซึ่งไม่อาจจะพรรณนาเปรียบเทียบกับอะไรได้ใกล้เคียง เหี่ยวย่นมีสีคล้ำประหนึ่งเปลือกไม้จมูกแบนแฟบ เห็นแต่รูกลวงลงไปกลางใบหน้าสองรู ปราศจากริมฝีปากฟันล่างครอบฟันแถวบนเป็นรูปใบหอกสามซีกเรียงกันอยู่ข้างหน้า และเขี้ยวสองคู่ยาวประมาณองคุลีเศษแซงประสานกันดุจเขี้ยวงู    จุดอันเด่นชัดและดูเหมือนจะมีอิทธิพลแรงกล้าที่สุด คือ ดวงตาทั้งสองที่กลมดิกโปนถลนคมวาวขนาดเกือบเท่าไข่ไก่ ซึ่งค้านกับใบหน้าเล็กๆ นั้นเป็นตรงข้าม และไม่ผิดอะไรกับลูกแก้วสำหรับสะกดจิต    ผมยาวเป็นกระเซิงรุงรังประต้นคอด้านหลัง และแผ่ออกไปรอบๆใบหน้าเหมือนลูกตาลยี ช่วงขายาวเรียว ช่วงแขนสั้น ท้องป่องพลุ้ย กลิ่นสาบสางจากตัวมันโยชตลบมากระทบจมูกทุกคนคล้ายๆ กลิ่นศพตายซาก

จริงๆแล้วตัวนี้เป็นตัวดีไซน์ที่4 ที่ทำให้ท่านมุ้ยตัดสินใจ โดยเริ่มจากโครงกระดูกและกะโหลกนะครับ ผมจะพยายามนำใมาโพสในนี้เรื่อยๆ ส่วนเวอร์ชั่นอื่นๆ และความคืบหน้าแบบรายวันสามารถติดตามได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7607127/A7607127.html

จริงๆ อันนี้เป็นทริปเก่า พอดีลืมเอามาอัพเดทที่หน้าบล๊อกที่นี่นะครับ (ไปโพสไว้ที่พันทิบ แต่ลืมเอามาแปะที่นี่ด้วย) โดยหลักๆคือการไปชมงาน NAB 2008 ที่จัดขึ้นที่ ลาสเวกัส

กลับมาอีกครั้งเพื่อรายงานการเดินทางมายังประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงวันหยุดสงกรานต์เพื่อที่จะมาดูงาน NAB2008 งานแสดงขนาดมหึมาเกี่ยวกับ Media/ Content / Technology / Software และไปดูงานต่อที่ลอสแองเจลิส

ตารางเวลาคร่าวๆของการเดินทางมีดังนี้ครับผม

April 14-17, 2008
+++++++++++++++++++++++++++++
เข้าชมงาน NAB http://www.nabshow.com/2008/eventInfo/default.asp

สถานที่ Las Vegas, NV
+++++++++++++++++++++++++++++

Friday April 18, 2008
+++++++++++++++++++++++++++++
เดินทางไปยัง ลอสแองเจลลิส
+++++++++++++++++++++++++++++
Monday April 21, 2008
+++++++++++++++++++++++++++++
เยี่ยมชมบริษัท Pixologic ZBrush (www.zbrush.com) บริษัทซอแวร์ที่ผลตโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างสรรค์โมเดลรายละเอียดสูงๆ ที่มีผลงานในหนังฟอร์มยักษ์ทั้งหลายเช่น คิงคอง ไพเรตออฟเดอร์คาริบเบียน และอีกมากมาย

สถานที่ Television Center Building 10,
6410 W. Santa Monica Blvd,
Los Angeles, CA 90038
+++++++++++++++++++++++++++++

Tuesday April 22, 2008
+++++++++++++++++++++++++++++
บริษัท Gentle Giants บริษัทยักษ์ใหญ่ใจดีที่มีลงานคุณภาในการสแกนโมเดล ซึ่งผมจะไปศึกษาว่าหลักการและเครื่องมือควรเป็นอย่างไร
สถานที่ 7511 N. San Fernando Rd.
Burbank California 91505
818.504.3555
+++++++++++++++++++++++++++++
Wednesday April 23, 2008
+++++++++++++++++++++++++++++
บริษัท Vicon – ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการทำ Motion Capture เพื่อใช้ในการจับข้อมูลการเคลื่อนไหวของคนหรือสัตว์เพื่อนำเอาข้อมูลนั้นๆมาใช้ต่อในงานอนิเมชั่น

สถานที่ 5419 McConnell Avenue, Los Angeles, CA 90066, USA

ช่วงบ่าย นัดแวะเข้าชม Disney Studio
++++++++++++++++++++++++++++++

โดยการเดินทางครั้งนี้ได้รับความกรุณาจาก มจ ชาตรีเฉลิม ยุคล มาศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการนำเอาเทคโนโลยีมาประกอบใช้งานกับแผนกวิชวลเอฟเฟค

ผมขอเริ่มจากงาน NAB ก่อน งานนี้เป็นงานขนาดใหญ่ จัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส เนวาดา ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ถึง ๑๗ เด๋วเราลองมาดูกันครับว่างานนี้เขามีอะไรมาแสดงบ้าง

วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๑
+++++++++++++++++++++++++++++++++
เริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยการเยี่ยมชมงานครั้งนี้มี คุณอดัมส์ (หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล) ร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งท่านชายไปคราวนี้ก็เพื่อไปศึกษาในเรื่องของ อินเตอร์เนตทีวี และอีกหลายๆอย่าง

ที่สนามบิน

การเดินทางครั้งนี้ใช่ว่าจะใช้เวลาน้อยๆ (ใช้เวลาเดินทางยังไม่รวมเวลารอที่สนามบินเป็นเวลาประมาณ ๒๐ ชั่วโมง) แต่ก็เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้น เพราะ เครื่องบินตกหลุมอากาศตลอด โดยไปที่ ฮ่องกงก่อนเพื่อต่อมายังลอสแองเจลิส แล้วต่อเครื่องภายในมาที่ลาสเวกัส

ทีมงานพักกันอยู่ที่โรงแรม ปารีส หนึ่งในโรงแรมที่อยู่บนถนนใหญ่ของเมืองลาสเวกัส

ภาพประตูทางเข้าโรงแรม ประตูหนึ่ง

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม ด้านรถเข้าออกโรงแรม

เวลาที่ถึงประมาณ ทุ่มกว่าๆได้ แต่ก็มีเหตุระทึกขวัญเช่นเคย คืกระเป๋าที่เดินทางมาด้วยนั้นมาม่ถึงเป็นจำนวนถึง สาม ใบ อันนี้ เกิดจากการที่กองตรวจกระเป๋าคนเข้าเมืองตรวจไม่ทันเครื่องบินออก จึงได้กระเป๋าอีกทีวันถัดมา ระว่างนี้เลยได้แต่เดินเล่นแบบมอมแมมหน่อย (ไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนชุด)

หอคอยไอเฟลขนาดย่อม ยามราตรี

หน้าทางเข้าโรงแรม ใกล้ๆ โรงแรม Bally’s

คุณชายอดัม กับแสงสีสดใสที่ลาสเวกัส

หลังจากเดินเล่นสักพัก จึงกลับเข้าโรงแรม เพื่อพักผ่อนรอการไปดูงาน

พอตื่นเช้าขึ้นมาเลยได้โอกาสถ่ายรูปกับหอคอยไอเฟลอีกครั้ง

แวะทานข้าว ก่อนเข้างาน (ในโรงแรมนั่นละ) อาหารเด็ดที่เกือบทุกคนสั่งคือ Egg Benedict 😉

จากนั้นจึงเริ่มเข้างาน (เดินทางโดยรถไฟฟ้า โมโนเรล ซึ่งสามารถเดินทางไปมาในเขตถนนหลักได้) ราคาค่าตั๋วรบเดียวอยู่ที่ ๕ เหรียญ ส่วนราคาเหมารายวันต่อคนอยู่ที่ ๙ เหรียญ

พอเข้าไปในงานสิ่งแรกที่ทีมงานอยากแวะชมคือกล้อง RED กล้องถ่ายภาพยนตร์แบบดิจิตอล ซึ่งได้แสดงศักยภาพมาแล้วในหนังเรื่อง Jumper แต่ระหว่างทางก็อดแวะดูรถที่ใช้ในการถ่ายหยังไม่ได้ ซึ่งตัวผู้ขายบอกว่า แจกกี้ ชาน หรือ เฉินหลงได้ซื้อไปเพื่อนำไปถ่ายหนังเช่นกัน

ลักษณะมันเป็นรถสองล้อ บังคับโดยการใช้ ความสมดุลย์ (และแรง) ของผู้ขับขี่ โดยเขาบอกว่าสามารถเรียนรู้ได้ง่ายภายใน สิบชั่วโมง แต่มันดูค่อนข้างยากแฮะ

ภาพทีมระหว่างเยี่ยมชมงาน

และแล้วก็มาถึงบูธสีแดง RED (http://www.red.com/) บูธนี้จัดเป็นบูธที่ฮอตที่สุดก็ว่าได้ เพราะคนมุงดูกันเยอะเหลือเกินเพื่อที่จะดูกล้องระบบดิจิตอล ที่สามารถถ่ายทำเก็บลงฮาร์ดดิสค์และคอมแพคฟลชด้ในระดับความละเอียด 3K, 4K, 5K แบบว่าคุณภาพสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์แบบ Professional เลยทีเดียว

ภาพคุณยี้ ทดสอบกล้องเรด ที่ลือชื่อ

อยู่ที่บูธ เรด ค่อนข้างนาน (ดูการสาธิต) กล้องนั้นราคาไม่แพงมากเกินไปแถมซฟแวร์ยังสามารถโลดไปใช้ฟรีได้จาหน้าเว๊บเขา เลย

จากนั้นทีมก็แยกย้ายไปดูในส่วนที่ตนเองสนใจ ส่วนตัวผมได้แยกออกมาเพื่อไปดู โปรแกรมคอมโพสิตที่ทาง เวต้า ได้แนะนำมาคราก่อน นั่นก็คือ NUKE โดย The Foundy

ต้องขอประทานโทษด้วยครับที่ไม่ได้ตอบเสียนาน เนื่องจาก คอมที่นี่ไม่มีแป็นภาษาไทย แต่ตอนนี้กำลังเริ่มมาเก็บตกทีละความเห็นแล้วครับ

เอาเป็นว่าเีรามาต่อกันที่งานละกัน หลังจากเดินมาสักพักก็มาแวะที่บูธของ Foundry บริษัทที่ทำโปรแกรมคอมโพสิต ซึ่งก็นั่งฟังนานพอสมควร (ประมาณ 2 ชั่วโมง) โดยผู้สาธิตเริ่มต้นโชว์ ซีนจากเรื่อง ไอโรบอต และเสนอแนะแนวทางในการนำโปรแกรมนี้มาเป้นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน

Ohh…sorry for the late reply. Too bad the current system I’m writing on does not support Thai input (Both the OS and also the keyboard doesn’t have Thai layout) But the Thai version of the report’s well on its way. Please stay tuned. (In the meantime, I might do a report in English language which I hope you all are all right with it.) 😉

Anyhow, let’s continue with the progress report. As I walked into The Foundry’s booth, I feel an urge to learn more about the program. So I had about 2 hour session talking with their representatives on how it can be integrated into our work flow. The last post I did the staff showed me the basics of NUKE and started showing one of the files which’s used in the Film, “I, Robot”

ผู้สาธิตบอกข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมอย่างละเอียด โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยว่าทำไมโปรแกรมถึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. โปรแกรมมีพร้อมใช้ในรูปแบบหลายระบบปฏิบัตการ

ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่อง PC, Mac, หรือ Linux โปรแกรม NUKE ก็มีทั้งนั้น ทำให้เหมาะกับสตูที่อาจจะมีหลายระบบปฏิบัติการใช้งานร่วมกัน

2. 64 บิต
ในเวอร์ชั่นใหม่ 5.1 นั้น โปรแกรม NUKE ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแบบ 64 บิต ทำให้เกิดความเสถียรและสามารถจัดการกับหน่วยความจำได้เป็นอย่างดี

3. Channels supported
สนับสนุนการใช้งานระบบ Channels อย่างหลากหลาย (เป็นหลักพัน) ซึ่งใช้คู่กับไฟล์ประเภท EXR ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน

She was very informative and said that aside from the fact that NUKE’s been adopted as part of many major studio’s pipeline, it’s strongest points are:

1. Availability of the software
The program comes in 3 flavors; Windows, Mac, and Linux. This extensive array of OS support means it can be used and be an integral part of a studio that may have multiple platform.

2. 64 Bit support
With the most recent release 5.1, NUKE’s now 64 bit that means the full utilization of large amount of memory is now harvest able. And 6 bit can also means better memory addressing.

3. Channels supported
Nuke 5 features a brand new user interface,
the addition of Python for scripting, support for stereoscopic workflow,and with the ability to read, process and write over 1,000 channels per stream, it now features the industry’s broadest support for EXR images. Making it very versatile.

Like this particular scene that represents the robot, the very same file may contain up to 1000 channels for processing. And effects can be applied to a specific channel or as a while. As for example, what she showed me was she was able to apply blur effect (Which also use sub pixel blurring technology) on just one channel in this case, specular, while leaving other channels untouched.

อย่างเช่นในซีนนี้ที่เป็นรูปตัวหุ่นโรบอต ไฟล์ตัวเดียวอาจมีถึง 1000 channels ดังนั้นพวกเอฟเฟคต่างๆสามารถที่จะเอาไปใช้กับเฉพาะบาง channel หรือ ทุกๆ channel ได้ ดังนั้นเราจึงสามารถใส่เอฟเฟคเบลอกับเฉพาะ channel ที่ตค้องการโดย channel ที่เหลือยังคงเดิม

Also as NUKE is a node based interface, finding things around a file or continuing work from previous user’s not an impossible task. Unlike stacked layer based such as Adobe After Effects, things can be buried deep below, causing hours to just fiddling around prior to actual working.

อีกอย่างเกี่ยวกับโปรแกรมนี้คือ ระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบ node based ทำให้การค้นหาหรือศึกษางานจากผู้ใช้คนก่อน (หรือการส่งงานต่อ) เป็นไปได้อย่างง่ายดายกว่า โดยขั้นตอนจะไม่ถูกฝังจม เหมือนระบบ เลเยอร์เช่นในโปรแกรม Adobe After Effects ซึ่งทำให้การขุดคุ้ยงานคนอื่น (หรืองานเก่าที่อาจหลงลืม) เป็นไปยากมากๆ

After the I, Robot session. The lady also showed the Halo game trailer which was also composited using NUKE as well. This one she showcased the effects such as bluring and the technique of doing 3D scene compositing in NUKE.

หลังจา่กที่ได้ดูการสาธิต I, Robot แล้วก็ต่อด้วฉากหนึ่งในเทรลเลอร์เกม Halo โดยตัวนี้เขาโชว์การคอมโพสิต และเอฟเฟค ประเภคเบลอ รวมถึงการประกอบซีนแบบสามมิติอีกด้วย

The final result’s jaw dropping. In fact, I forgot to capture one image that shows the scene being navigated in 3D space. What happens in the scene was the skyline was dropped in and being aligned to match the ground, the smoke which was rendered out from another 3D package was composited in along with the force field.

พอดีลืมถ่ายรูปตอนที่เขาพาดูซีนที่สร้างในแบบ3 มิติ ในส่วนของควันนั้นเขาได้ใช้โปรแกรมอื่นในการสร้างแล้วทำการอิมพอร์ตเข้ามา

I’m so sorry for report in English. I promise I will come back and translate all these into Thai after my return to Bangkok.

Anyhow, after the showcasing of Halo, it was time for her to show us a scene from “Flag of our fathers” this time the main focus is on how they layer/position 3D elements against shot footage. The stadium in the scene was created in another 3d application, then brought into Nuke for final composite.

อีกซีนที่โชว์แล้วน่าทึ่งคือฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง “Flag of our fathers” ซึ่งอันนี้ผู้สาธิตมุ่งเน้น เรื่องการจัดวางฃีน โดยมีบางส่วนเป้นไฟล์โมเดลที่อิมพอร์ตเข้ามา ใช้ควบคู่กับภาพจริง เช่นตัวอัฒจรรย์นั้นเป้นไฟล์โมเดลซึ่งสร้างจากโปรแกรม 3 มิติอีกตัว

And here she shows how the node connection works (Left screen)
Node connection in the left monitor

ด้านซ้ายมือเป้นหน้าจอแสเดงผลส่วน Node connection

Zoomed in version where you can see the 3d object against the plate. As you can see the camera can be moved freely in 3d space.

อย่างในรูปนี้จะเห็นได้ว่า ผู้ใช้สามารถซูปหรือเลื่อนเข้าออกจากฉากเพื่อดูซีนได้อย่างอิสระ

The scene’s quite complex as you can see the node connection in the red box which expand on and on. The right side would be the property area that various things can be adjusted.

ฉากนี้ค่อนข้างจะสลับซับซ้อนหน่อย ผูสาธิตจึงโชว์ตัว node connection ให้ดู (อยู่ในกรอบสีแดง)

And here’s how the 3D space is constructed in one of the scenes from the Transformers (The scene where the bad guy’s crash landed in the North pole). You can see like layers of objects on the scene.

และนี่ก็เป็นอีกฉากจากเรื่อง Transformers ที่เราเห็นตอนนี้คือ element ของ ฉากที่ถูกซ้อนๆกันในโปรแกรม

And here’s the composited shot.

The program itself’ full of features and the price tag is higher than Shake. The full version goes for $6500 but at NAB show they had a deal going on at $7500 but come equipped with TinBox (various plugins for Nuke) and many other software.

โดยรวมแล้วโปรแกรมนั้นอัดแน่นไปด้วยความสามารถ แต่ราคาก็ไม่ย่อมเหมือนกับ Shake โดยราคาเต็มอยู่ที่ 6500 เหรียญ แต่ในงานจะมีโปรโมชั่นคู่กับโปรแกรม Furnace, Tinderที่เป็นเหมือน plugins และ Keyligh สนนราคารวมอยู่ที่ 7500 เหรียญ

Here’s the info on the NAB special offer:

NAB Special Offer

Buy one floating Nuke GUI license with maintenance, loaded with floating licenses of our Furnace, Tinder and Keylight plug-ins for a total price of just $7,500. That’s a saving of over $5,000 ! This offer is available until midnight on 25 April 2008. Contact sales@thefoundry.co.uk to place an order or request further information.

After an hour of learning NUKE, I then moved over to another booth which showcases Live Green Screen keying. This technology is especially useful for TV broadcasting. In fact, in the course of this tour, you will see tons of these kind of solution. I’ll post along so people who are interested in this field can get some info as well.

หลังจากปัหลักอยู่บูธ NUKE เสียนานก็ไปเดินและเจอการสาธิต การกัด Live Green Screen โดยเทคโนโลยี่นี้น่าจะเหมาะกับการจัดรายการทีวี (สด) ในงานนี้จะว่าไปก็มีคนนำสินค้าประเภทนี้มาแสดงมากทีเดียว (เดี๋ยวจะเห็นมีเพิ่มอีกเยอะเลย)

Not too far from that Green Screen live keying solution, SONY’s showing off a 4K projection system which produces beyond cinematic quality for studio use.

ไม่ห่างจากบูธกรีนสกรีนนั้นนักก็เป้นแหล่งของ โซนี่ ที่ตัวนี้แสดงระบบ 4K projection ที่ว่ากันว่าได้คุณภาพเหนือโรงภาพยนตรืทั่วไป และเหมาะสำหรับการพรีวิวคุณภาพงาน

Another view of the Sony’s SRD 4K projection

ภาพถ่ายอีกมุมของ Sony’s SRD 4K projection

Then there’s another live performance superimposing system. The technology allows a speaker to perform and interact with digital elements. The background area’s matte black, however, many things can be interacted and animated. This one really is impressive. It’s almost like a live stage performance where the animator has a script in hands (lower right) and does specific task at a specific time frame.

นี่ก็เป็นอีกบริษัทที่ทำระบบ live performance superimposing system ซึงทำให้คนประกาศข่าวหรือนักแสดงสามารถอินเตอแอกกับ digital elements ได้ โดยของบริษัทนี้มีแบคกราวน์เสตจเป็นสีดำ อันนี้ค่อนข้างน่าสใจมาก โดยมีคนคุมอีกคนกึ่งๆทำตามสคริบที่มีไว้แบบไทม์โคด

Now notice the previous image, the blonde haired lady is in front of black background but in the monitor (this pic) she can interact with lots of things.

นี่เป็นหน้าจอที่เห็นในโพสก่อน อย่งที่ได้บอกไว้ รายละเอียดหรือส่วนต่างๆที่อยู่บนจอนั้นสามารถอินเตแอคได้

Here’s the controller’s view and various buttons he can use to perform live interaction.

ทีนี้ลองมาดูงส่วนคนคุมนะครับ จะเห็นได้ว่ามีแผงควบคุมเยอะแยะไปหมด ที่เอาไว้ใช้ทำการอนิเมตแบบ Live

More interaction that occurs by the performer holding on a specialized board. The animated pedals flow right out of its surface as she shakes the board.

ในรูปจะเห็นได้ว่าผู้สาธิตถือบอร์ดสีดำ ซึ่งเมือ่เขย่าแล้วก็มีกลีบดอกไม้โปรยออกมา เป้นระบบ Interaction แบบ Virtual นั่นเอง

Then they had a small break with 2 Japanese dancers showing off the technology. What you see on screen here the radiating circles and colorful things are all superimposed digitally.

จากนั้นเขาก็มีการแสดงโชว์เต้น Interactive โดยมีหนุ่มสาวญี่ปุ่นหนึ่งคู่เป้นตัวชูโรง จริงๆบนเวทีนั้นไม่มีอะไรเลย แต่ในจอภาพจะเห็นกราฟฟิค 3 มิติสีสดใสต่างๆ ที่ผู้เล่นสามารถ Interact ได้

During the dance sequence

ภาพบนจอขณะเต้นโชว์


And the control view:

และนี้คือภาพถ่ายบริเวณที่ผู้ควบคุมทำงาน

อันนี้ขาดช่วงไปพักนึง พอดีเน็ตที่บ้านเพื่อนเกิดติดขัดนะครับ

After viewing the Virtual Studio system. I went to Isilon, a storage solution that I’ve contacted while I was in Bangkok. Tehy claim to have the best storage solution as it’s clustered and auto-load balancing. Best of all it can be expanded to 1.6 Peta bytes without shortage of performance. This system indeed was introduced to me by P’ Can of Massive Software.

หลังจากที่ดูระบบ Virtual Studio แล้ว ผมก็ได้เดินไปแวะชมบูธ Isilon ซึ่งเป้นบริษัททำโปรดักส์ประเภท storage (เก็บข้อมูล) ซึ่งผมได้ติดต่อไว้ก่อนไปงาน (ศึกษาเผื่อนำมาใช้ในทีม) โดยระบบนี้มีข้อดีคือ เป้นระบบ storage แบบ clustered และทำการ load balancing แบบอัตโนมัติ (คือไม่ให้ ยูนิตไหนทำงานหนักเกินไป) และสามารถขยายได้ถึง 1.6 Peta bytes โดยระบบนี้พี่แคนจาก Massive Software เป็นผู้แนะนำให้รู้จัก

โดยระบบสามารถใช้ในระบบเนตเวิร์คแบบความเร็วสูงผ่าน fiber switching หรือ gigabit network ระหว่างนี้ทีมงาน Isilon ก็เริ่มการสาธิตว่าระบบของเขาดียังไง ซึ่งทั้งระบบสามารถดูแลได้ผ่าน Web browser

The system can be used and shared in network environment at super high speed through fiber switching and gigabit network. This is something our team will have to evaluate to be used in our very own facility.

During the visit, one of the key people at Isilon showcased the technology that it can be managed easily and painlessly through its custom web based interface. This makes managing storage an easy one.

Here’s a good look at the unit itself.

เครื่อง Isilon

Another added benefit for Isilon is you are in control of what file to be protected (multiple protection) through the system as well.

อีกประเด็นที่ผู้สาธิตเน้นย้ำคือระบบ Isilon นั้นสามารถทำการ Protect data ได้หลายชั้นโดยสามารถคลิ๊กเพื่อระบุว่าไฟล?ไหนต้องการเก็บแบบมีระบบป้องกันได้โดยง่าย

Overall it’s a very convincing system but quite expensive. The price for 40 TB storage can exceed our set budget easily. But that remains to be discussed with our team.

ดูแล้วระบบเขาค่อนข้างเยี่ยมเลย เสียที่ราคาออกจะดุเดือดนิดนึง

Aside from this I noticed the biggest booth of the year seems to be SONY as they brought a lot of new equipment with the new Tag Line “HDNA” Very cool booth design as well.

จะว่าไบูธที่ใหญ่ที่สุดในงานน่าจะเป็นบูธของโซนี่ โดยปีนี้เขาขนกล้องและอุปกรณ์ต่างๆมาเพียบ โดยปีนี้ใช้แทคไลน์ “HDNA” (“ฮเดฟฟินิชั่น) ตัวบูธเองก็ดีไซน์ได้เท่ห์มากๆเช่นกัน

That evening Kh. Adam took me to have dinner with Macintosh Singapore team and Asia (Also Kh. Ping from Thailand)Didn’t take much photo here as the lighting situation wasn’t ideal.

ช่วงตอนเย็นของวั้นนั้นก็ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับทีมงานแอปเปิ้ล คุณ ปิง และทีมงานแอปเปิ้ลเอเชีย

The hotel’s well decorated so I took a few photos and share here for those who might want to see the setting.

รูปภายในโรงแรมที่รับประทานอาหาร

Here’s a shot aimed at the ceiling.

The next day April 16th. We went to NAB2008 again. This time we already know way around the event. I started off at another Blue screen system. Again this is appropriate for News broadcast and/or TV shows. Notice the cute blonde here is standing in front of grid blue screen

วันต่อมาวันที่ 16 เมษายน ก็ไปเินที่งานอีกครั้ง โดยครั้งนี้เริ่มจากระบบ Blue screen อีกอัน

And this is what she looks like in a monitor.

โพสก่อนหน้าลองสังเกตุดูจะเห้นได้ว่า พิธีกรเขาอยู่บนฉากสีน้ำเงินแบบกริด และนี่คือภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ

Another interesting booth that I spent more than an hour on is Motion Analysis. The Motion Capture system was used in many motion pictures including the famous LOTR and King Kong. It’s used to captured live motion and translate into move data for animation. This is not new but not widely used in Thailand yet.

อีกบูธหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือบูธเกี่ยวกับ โมชั่นแคบเจอร์ หรือการบันทึกท่าทางการเคลือ่นไหวเพื่อนำไปประมวลต่อเป้นอนิเมชั่น โดบูธนี้เป็นของ Motion Analysis ซึ่งใช้ในภาพยนตร์เรื่อง LOTR และ King Kong และเป้นที่นิยมในงานภาพยนตร์และงานเกมส์

This one is quite impressive that it can even output the performance to the screen directly. Almost like a pup petting experience.

ลักษณะเด่นของโปรแกรมนี้คือสามารถเอาท์พุตให้เห้นได้แบบ real-time คล้ายๆกับการเชิดหุ่นเลย ลักษณะการทำงานคือการเอามาร์คเกอร์ติดที่นักแสดงและมีกล้องจับ ภาถที่ได้จะถูกประมวลโดยโปรแกรมและแสดงผลบนโมเดล

The minimum cameras that can be used on the system is 8 but they recommend at least 16-48 for smooth motion.

จำนวนกล้องขั้นต่ำคือ 8 ตัว แต่ที่ทางเขาแนะนำเพื่องานภาพยนตร์คือกล้อง 16-48 ตัว เพื่อให้ได้ข้อมูลอนิเมชั่นที่ละเอียดพอ

And here’s how the point of animation that’s been read off the motion capture system

ภาพที่แสดงบนหน้าจอแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่กล้องจับกาีรเคลื่อนไหวได้

The data’s a result form various camera data acquired. Here’s the picture of what each camera received.

ข้อมูลทีแสดงนั้นเกิดจากการรวมข้อมูลจากกล้องทุกๆตัว (ในภาพจะเห็นข้อมูลที่กล้องแต่ละตัวจับได้)

In the demo the girls would dance here and there and their alter ego would dance along in the screen.

ตัวอย่างที่เขาเดโมให้ดูคือ สองสาวใส่ชุดติดมาร์คเกอร์ เต้นโชวืโดยในจอจะเป็นตัวกาตูน 3ดี ซึ่งเต้นตามนักแสดงสาว

And the stage setting (They said normally the stage would be a lot bigger as sometimes you might want to capture the acrobatic movements)

ภาพรวมการจัดเวทีเพื่อทำโมชั่นแคบเจอร์ซึ่งเขาบอกว่าโดยทั่วไปเวทีจะมีขนาดใหญ่กว่านี้และอาจจะสูงกว่าเพื่อทำการจับการเคลื่อนไหวแนวตั้ง

วันต่อมาเป็นวัน Earth day ซึ่งผมได้เพิ่มตารางเวลาแวะเยี่ยม Disney Studio และก่อนหน้าแวะไปที่ Pixologic–http://www.zbrush.com

As the schedule at the beginning of the thread stated, I have visited Pixologic–http://www.zbrush.com– yesterday (The company creating ZBrush software that’s being used in practically all major studios to create monsters and such) and was very welcome. I’ll give full report on that as well. (Hence here’s one of the present form Jaime Labelle, the Chief Operating Officer–C.O.O.- at ZBrush)

And Today I’m off to meet Gentle Giant Studios –http://www.gentlegiantstudios.com/– to further learn about 3D scanning.

Please also stay tuned for my last day here in L.A. with Vicon –http://www.vicon.com/– for the ultimate Motion Capturing technology 😉

อย่างที่ได้บอกไว้ปีนี้มีระบบกัดบลู/กรีนมาออกบูธเยอะมากๆ และนี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สามารถใช้ในการทำเวอฃวลเซตเพื่อการออกอากาศได้เป็นอย่างดี อันนี้เป็นเวทีที่ใช้สีนำ้เงินล้วน

และสิ่งที่ปรากฏบนจอภาพ (สังเกตุการกัดบริเวณแก้วน้ำ)

อีกรูป

เปรียนเทียบระหว่างเวที/จอแสดงผล

ตัวอย่างหน้าจอเปรียบเทียบของเครื่องควบคุม

นอกจากบูธกล้องเรด / โซนี่แล้ว ก็ยังมีของ Adobe ที่คนแน่นตลอดเพราะมีการจัดสัมนาและโชว์ Show Reel ตลอด ซึ่งผลงานของแต่ละท่านที่นำมาแสดงนี่จัดว่าสุดยอดมากๆ

บูธ Adobe

ชายอดัมส์กับผนัง LED

ผนัง LED

จากนั้นชายอดัมส์ก็พาผมไปดูที่บูธ G-Drive ที่เน้นขายพวก Storage ตั้งแต่ USB Hard Disk จนถึวระบบ Storage ขนาดใหญ่

ฮาร์ดดิสค์ยี่ห้อนี้นอกจากคุณภาพดีแล้วยังดูหรูและเข้าเซตกับ Mac Pro ได้ดี (สไตล์เดียวกันเลยละ)

โชว์ความเร็วในการทำงานกับเจ้าฮาร์ดดิสค์ตัวเล็ก

อ้อที่โชว์อยู่นั้น Footage ถ่ายจากกล้อง Red One ด้วยครับ

พอออกจากบูธ G-Technology ได้ก็มาเจอะเจ้าตัวประหลาดนี่ละครับ จริงๆ มันก็คือตัวหุ่นโชว์ กระเป๋าเป้ใส่กล้องครับ ไม่มีอะไรมาก

อีกวันก็เน้นไปนั่งฟังการบรรยายที่บูธ Adobe ซึ่งเช้าวันนั้นเป็นวันที่ชายอดัมส์และคุณคุณากรต้องเดินทางกลับก่อน เลยมี Session Shopping เ้ล็กๆน้อยๆ

เอ๋ นี่ชอปปิ้งให้ใครเอ่ย..

ให้น้องหมีนั่นเอง

รูปปั้นคนอินเดียนแดงนี้เท่ห์มากครับ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้านขายของ

ช่วงบ่ายวันนั้นเลยแว๊บไปดูนิทรรศการร่างกายมนุษย์ Bodies ที่โรงแรม Tropicana นับเป็นการไปดูที่สนุกและตื่นเต้นมากๆ (น่าเสียดายเขาไม่ให้ถ่ายรูป)

น่ากลัวมากแต่ก็สวยเช่นกัน ร่างกายมนุษย์ช่างน่ามหืศจรรย์เช่นนี้แล (ดูแล้วอยากปั้นโมเดลมากๆครับ…โรคจิตเป่าเอ่ย)

วันนี้มาต่ออีกนิดครับ แต่ไม่ใช่หัวข้อซีเรียสแล้วเพราะเป็นทัวร์ ลาสเวกัส เพราะมีเวลาเหลือช่วงบ่ายก่อนขึ้นเครื่องบินหน่อยนึง เอาเป็นว่าผมจะโพสรูปไปเรื่อยๆเผื่อบางท่านอยากเห็นนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมาต่อการเดินทางไปแอลเอ เพื่อพบกับบริษัท ZBrush / Gentle Giant / และ Vicon

อันนี้เป็นรูปหน้าโรงแรมที่เราอยู่ เป็นเหมือน คาเฟ่ เล็กๆ (โรงแรมปารีส)

มองเฉียงไปฝั่งตรงข้ามไกลๆหน่อยจะเห็นโรงแรม ซีซ่าส์พาเลส

ฝั่งตรงข้ามมีอีกโรงแรมที่สวยไม่แพ้กันคือ Bellagio

ข้างๆโรงแรมปารีสก็เป้นโรงแรมในเครือชื่อ Bally’s

พอเดินมาถึงสี่แยก ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปถ่ายรูปหอคอยไอเฟล(จำลอง) ของโรงแรมปารีส

จากนั้นก็เดินรี่ไปที่ Ceasar’s Palace เพราะที่นี่ผมชอบพวกรูปปั้นต่างๆมาก (เอาไว้เป็น Reference ในการปั้นได้เป็นอย่างดี) อย่างเช่นรูปปั้นเรียงเป็น Arc สูง สวยงามมาก

อีกมุมหนึ่งของรูปปั้นเดิม

ถัดจากรูปปั้นนั้นก็เป็นสิงห์คู่ตั้งตระหว่านน่าเกรงขาม

ที่น่าแปลกตาคือหน้าโรงแรม Caesar’s Palace นั้นมีศาลพระพรหมอยู่ สไตล์ไทยๆเลยครับ สวยแปลกดี

ทางเข้าโรงแรมด้านล่างก็มีรูปปั้นม้าสวยงาม

ต่อกันอีกนิดครับ ภายในโรงแรมก็สวยไม่แพ้ข้างนอกครับ ส่วนมากที่นี่จะถูกประดับประดาไปด้วยเทพกรีก เทพี สวยครับ สวยมั่กๆ

รูปปั้นเทพีแบบใกล้ๆ

รูปหลังเคาน์เตอร์โรงแรม

และผนังทางเข้าโซนคาสิโน

สฟิงค์สาวหน้าร้าน

ยิ่งเดินยิ่งเจอรูปปั้นงามๆ ครั้งนี้มาเป็นเซต เทพเลย

หลังจากเดินดูภายในเสร็จก็แวะออกมา ที่หน้าโรงแรม Mirage มีรูปปั้น siegfried and roy ที่เ็้ป็นคูดูโอโชว์เสือ (ที่โดนเสือทำร้ายไปเมื่อปีก่อน)

เลียบไปเรื่อยๆก็เป็นโรงแรม MGM Grande ที่มีรูปปั้นสิงห์ทองตั้งสูง

ข้างในโรงแรมมีบริเวณเลี้ยงสิงโตไว้สองตัว (พร้อมมีโชว์ให้นักท่องเที่ยวดูตลอด) เลยแวะดูพักใหญ่ (ชอบดูสัตว์ป่าครับ)

ที่กั้นระหว่างคนดูกับสิงโตสองตัวมีเพียงกระจก ไม่หนามาก ทำให้เหมือนได้ดูแบบชิดใกล้

หลังจากหมดเวลาไปนานกับการดูสิงโต ก็เดินทางกลับ (เพื่อขึ้นรถแท๊กซี่ไปสนามบิน) ก่อนกลับเลยถ่ายโรงแรม New York-New York ไว้

บินไปถึงแอลเอ สิ่งแรกที่เตะตาคือป้ายบิลบอร์ด Indiana Jones 4 (ถ่ายได้เบลอๆ เพราะรถขับเร็ว) อ้อเพื่อนมารับที่สนามบินครับ (คุณตุ๊กทำงานอยู่ Disney นะครับ)

คุณตุ๊กกับหวานใจที่มารับผมที่สนามบิน

คืนนั้นคุณตุ๊กและคุณเจมส์เลยพาผมท่อง แอลเอ ไปทางฮอลลี่วูด

ตึกบริเวณนั้น

แหล่งท่องเที่ยว Ripley’s Believe it or Not (เหมือนที่พัทยาละมั้งครับ)

ถ่ายกับรูปปั้นคนตัวสูงที่สุดในโลก

เดินไปเรื่อยๆก็เป็น Hollywood Walk of Fame ไปส่องดูดาราบู๊ที่ผมชอบ คุณเฉินหลงนั่นเอง

ลืมบอกไป คุณ เจมส์ เขาเป็นดีไซน์เนอร์ Web Development / Programmer ให้กับแบรนด์ดังน้องใหม่ Don Ed Hardy (ที่เคยฝากแบรนด์ติดหู Von Dutch มาแล้ว) เลยถ่ายรูปร้าน Ed Hardy สุดเก๋มาให้ดู (กะลังรอรองเ้ท้าอยู่นะครับคุณตุ๊ก เหอๆๆๆ)

หน้าร้าน

วันต่อมาวันที่ 17 เมษายน คุณตุ๊กเลยพาผมไปที่ Disney Land จะว่าไปผมอยู่ที่อเมริกามานับ 10 ปี แต่ไม่เคยไปแวะเลยแฮะเจ้าดิสนี่ย์แลนด์ นี้ (คงเป้นเพราะตั๋วแพง ประมาณ 90 เหรียญได้)กับทำงานหนักเลยไม่มีโอกาสได้ไป

อันนี้คือบัตรเบ่งที่ทำให้เข้าดิสนี่ย์แลนด์ได้ฟรีครับ

หน้าร้านขายของดิสนี่ย์

ป้า่ยราคาค่าเข้าสวนสนุก

ที่ Disney Land ก็ได้นั่ง Ride ต่างๆ เช่น Jungle Cruise / The Haunted Mansion และอีกมากมาย เป็นเช้าที่สนุกมากๆ ครับ

อันนี้เป็นภายใน The Haunted Mansion

Jungle Cruise

องค์พระพิฆเนศใน Jungle Cruise

โขลงช้างเล่นน้ำ

ฝูงลิงปาของกวนผู้เที่ยวชม 🙂

แรดดำปะทะชาวป่า

พอเสร็จจาก Jungle Cruise ก็ไปแวะชมศูนย์ฝึก เจได น้อย (Jedi Training Center) ซึ่งมีแต่เด็กๆมาเล่น โดยมีตัวหลักที่หลายคนรอชมคือ Darth Vader / Darth Maul

Darth Vader ที่ทุกคนรอคอย

ขนาบข้างด้วย Storm Trooper

อย่างเท่ห์เลยครับ คุณเวเดอร์

วันนี้ได้รับ ซีดี จากคุณ Ri Streeter เลขาคุณ Richard Taylor เจ้าของ Weta Workshop ซึ่งซีดีนี้เป็นภาพระหว่างที่ทางทีมงานไปเยี่ยมชม รับความรู้จากทีมงานของเขา โดยวันนั้นที่ไปมี ท่านฑูตอุ้ม, ท่านรอง และทีมงานไปด้วย ลองดูได้ครับผม

วันศุกร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ (วันสุดท้ายของ Workshop)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ Workshop ซึ่งเรามีเวลาเพียงช่วงเช้าเท่านั้น เพราะช่วงบ่ายจะเป็นการไปดูงานที่ Weta Workshop ผมจึงทำการตระเตรียมคำถามที่สำคัญสำหรับทีมงาน

วันศุกร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ (วันสุดท้ายของ Workshop)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ Workshop ซึ่งเรามีเวลาเพียงช่วงเช้าเท่านั้น เพราะช่วงบ่ายจะเป็นการไปดูงานที่ Weta Workshop ผมจึงทำการตระเตรียมคำถามที่สำคัญสำหรับทีมงาน

และที่อยู่ข้างๆผมคือ เป็นกล่องดีวีดีที่ให้ทีมงานของ Weta Digital ทั้งทีมเซนต์นะครับ (ของ Lord of the Rings ขนไปจากไทย ส่วนคิงคองของแท้จากนิวซีแลนด์ครับ) สรุบลายเซนต์เต็มเลยทั้งนอกทั้งใน (บนแผ่นด้วย)

หลังจากที่ได้รับกล่องลายเซนต์สุดอลังการจากทีมงานของ Weta Digital แล้ว ช่วงบ่ายยังได้ไปแวะชมงานที่ Weta Workshop อีกด้วย สำหรับท่านที่ไม่รู้จัก Weta Workshop คือหน่วยที่มีหน้าที่ทำ Props ฉาก และ เครื่องใช้ต่างๆ ในภาพยนตร์ เช่นอาวุธ ดาบ/ธนู/หอก พวก silicone / Gellatin ต่างๆ (เช่นหู/ขาติดขนของ Hobbit / หู Elf / รูปปั้นของ Orc Troll ) และอื่นๆ อีกมากมาย

ในส่วนของ Weta Workshop นี้ คุมโดยคุณ Richard Taylor ซึ่งหากใครได้ดู DVD เบื้องหลังหนังของ Weta แล้วรับรองหน้าต้องคุ้นแน่ๆ

สถานที่ตั้งของ Weta Workshop ก็ไม่ไกลจากที่ Park Road Post มาก และยังตั้งอยู่บนถนน(ซอย) เดียวกัน เดินไปประมาณ 5 นาทีก็ถึงครับ

อ้อ อีกนิดครับ วันที่ไปแวะชม Weta Workshop นั้นก็ได้ท่านฑูตอุ้มร่วมแวะชม Workshop ด้วย ท่านฑูตได้แวะชมส่วนที่เราทำ Workshop ในส่วน Massive และ การทำอนิเมชั่นด้วย

พอไปถึง Weta Workshop ก็เจอะคุณ Richard Taylor กำลังอยู่ที่ลานจอดรถพรอ้มผู้ช่วยคุณ Ri Streeter และได้นำขึ้นไปที่ทำงานครับ

ก่อนจะขึ้นไปแวะชม เลยภือโอกาสนี้ มอบของขวัญที่ท่านมุ้ยเตรียมให้ ให้กับคุณ Richard ก็แสน๊บภาพตรงรูปจิ้งหรีด Weta สัญลักษณ์เด่นของเขาเลยครับ

จะบอกว่าคุณ Richard เป็นคนที่มีอัธยาสัย ดีมากๆ แถมยังมีความสามารถในการปั้น (ดิน) สูงอีกด้วย คุณ Richard กับท่านมีสัมพันธไมตรีที่ดีมานาน จึงเป็นโอกาสที่ดี(และน้อยนัก) ที่ทีมงานได้มาแวะเวียนที่ Weta Workshop แห่งนี้

พอขึ้นมาชั้นบน จะเห็นรูปปั้นเจ้าตัว Uruk Lurtz เจ้าตัวที่คร่าชีวิต Boromir ในภาคที่ ๑ ของ LOTR ตัวนี้สูงมั่กๆ และรูปปั้นสาวน้อยแนวกาตูน เจน จากซีรี่ย์ที่ทางนี้ทำ Jane and The Dragon (http://www.janeandthedragon.co.nz/)

Preview หน้าตาเวบ Jane and The Dragon (ซึ่งยังเป็นซีรี่ยืที่โด่งดังของที่โน่น)

ภาพคุณโบ้กำลังเชคว่าใครฟันขาวกว่ากัน

ชายเอี่ยวกับ Lurtz

คุณพีกับ Lurtz

และใครเอ่ยกำลังจะจุมพิตกับคุณ Lurtz

สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งมากคือรูปปั้น คิงคิงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเหล่า V-Rex ซึ่งไๆด้ทราบจากคุณ Ri ว่า คุณ Richard เป็นคนลงมือปั้นเอง


บอกได้คำเดียวว่า สุดยอด…ครับ

และงานปั้นอื่นๆ ที่น่าตื่นต่าตื่นใจ

และได้ร่วมถ่ายภาพหมู่กับคุณ Richard

ได้แวะลงไปชมถึงระบบการทำงานของ Weta Workshop ตั้งแต่การปั้น การสร้างอาวุธ ด้วยเทคนิคพิเศษ การสร้างเกราะมวลเบา

จากนั้นก็ได้ไปดูระบบการปริ๊น 3 มิติ (ปรินต์ออกมาเป็นวัตถุ) ด้วยระบบ CNC และระบบ Layer Print

จริงๆ ยังมีอีกหลายภาพที่ถ่ายที่ Weta Workshop เอาไว้จะทยอยๆ อัพให้ดูเพิ่มเติมครับ

หลังจากแวะเวียนทุกๆส่วนแล้ว ทาง Weta Workshop ก็ให้หมวก Weta เป็นของที่ระลึก จึงได้แสนบภาพไว้หน้าออฟฟิศทางขึ้น

กับคุณTom Greally Director แห่ง Weta Digital

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันนี้ยังเป็น Workshop แก้ปัญหาอยู่ครับ ซึ่งในตอนท้ายของวันก็ได้คำตอบในเรื่องของการอนิเมต ปีกนก

วันแรกคุณ Matt ได้คุยในเรื่องของ department ต่างๆ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้มีโอกาสคุยเพิ่มเติม จึงถือโอกาสนี้เสริมในเรื่องของ department ที่ทาง Weta Digital ได้วางเอาไว้

ก่อนหน้าเรื่อง LOTR, ระบบการแบ่ง Department ของบริษัทยังไม่ชัดเจนมากเนื่องจาก จำนวนพนักงานเองไม่มาก แถม พนักงานหลายๆคนยังสวมหมวกหลายใบ ทำให้ก่ารจัดเป็นหมวด Department ลำบาก แต่เมื่อเริ่มโปรเจคอภินิหารแหวนครองพิภพแล้ว จำนวนคฃพนักงานพุ่งขึ้นไปถึง เกือบ 500 ชีวิต ทำให้ การแบ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

ข้อดีของการแบ่งเป็น Department คือเรื่องของการควบคุมคุณภาพสามารถทำได้ดีกว่า ให้มีทีมที่ทำทั้ง modeling / texture / rig / animate / light / renderอีกทั้งยังสามารถจัดการเรื่องเวลาได้ดีขึ้น

แต่ข้อดีของการไม่แบ่ง Department ในสมัยก่อนก็มี หลักๆ คือผู้ที่ทำงานจะมีสิ่งที่เรียกว่า ownership กล่าวคือได้ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน

แต่หลังจากการเปลี่ยนเป็นระบบ Department แล้วทุกอย่างก็ลงตัวและดีเป็นลำดับ

ทั้งหมดมี 24 departments

(ในส่วนตรงนี้จะมี ทับศัพท์ค่อนข้างเยอะ ผมขออนุญาต โพสเป็นภาษาอังกฤษ นะครับ)

1. Animation Department.
Including animating tasks and creating performances for digital creatures, digital doubles of actors. (Basically anything digital that moves) The scope also covers body motion, facial animation digital cameras. (This department is separate from Motion Capture Department)

2. Art Department
Aside from traditional Art Department in the Production, they also form their very own Art Department. The main task is to create conceptual, visual reference for creature, environment, vehicles, lighting effects etc.

3. Camera Department
This department deals exclusively with creating of digital camera to match characteristics of onset cameras.

4. Code Department
This is the department which we have trouble forming as in Thailand this kind talent is hard to come by. The responsibilities of this department are to create software /program to provide CG technology and effects that do not exist in commercially available software. Such as Water Simulation, Hair, Fur, Foliage. (Or the stuff that current off-the-shelf software aren’t that good yet)

5. Color Grading Department
Does the color grading as they have their own Digital Intermediate Facility

6.Composting Department
Their tools of choice include Nuke/Shake. Running on a Linux operating system for optimal stability.

7. Creature Department (Rig Department)
Rig the models with skeleton and muscles. They have created their own muscle system but have noted that most of the muscle systems are similar whether it may be CG Muscle in Maya or MuscleTK. (The most up-to-date one is CGMuscle ofr Maya 2008 which we have used in our T-Rex rig) Once this is completed, the creatures are ready to be animated.

8. Editorial Department
Acts as liaison between Weta Digital and production company.

9. IO Department
This department does the film scanning to Tape / HD for Weta Digital

10. IT Department
This department is responsible for the entire network and ensures the resources are readily available for the staff. This department also does the software installation/ updating for individual workstations.

11. Layout Department
This department takes data from various sources including production;s motion capture stage, onset camera, miniature and rationalizing these on shot-by-shot basis to provide coherent environment for the animator. (Like setting the environment ready for animation whether the environment may be coming from shooting the miniature, real location shoot or matte painting)

12. Massive Department
Use to create huge crowd scenes.

13. Matte Department
This department is responsible for creating environment from digital photographs and also from original paintings.

14. Mocap Department
Uses camera to capture range of motion via reflective markers on body suit. Matt Aitken suggests talking to Gentle Giants for this specific needs.

15. Models Department
Creating 3D Models as 3d Geometry including creatures, digital double then send to creature department for further rigging. However this department also does the facial sculpting.

16. Motion Edit Department
Work in conjunction with Motion Capture department to clean up move data and add hand animated to make it more realistic.

17. Onset Department
Capture onset reference data of live action environment during principle photography and miniature shots. Include 3D Survey of the set or environment.

(Also they showed the sequence in King Kong where the boat crew shoot at the centipede and crawlers at the pits. this scene they used the miniature shoot + live action + CG creatures on the vertical terrain)

18. Pipeline
This department consists of programmers that create pipeline tools work flow to facilitate the progression of a shot through various departments. This type of development requires Hard programming. The programming language of choice for this department is C++

19. Previs Department
Create rough 3D Animation to visualize a digital shot. I’ve asked them questions regarding Previs as whether we have to do all of them or not. The answer is if there’s any type of digital element, there must be a Previs. As previs can be used to:

19.1. Block shot from what director has provided. (By using storyboard to come up with Previs)

19.2. To pre plan the shot by creating shot layout for director to cut and select sequence.

In general the Previs would create multiple angles of the scene using around 12 digital camera. Then sending all these files for director to choose.

The Previs itself must include the following information

A. Frame#
B. Lens information
C. Shot name/Take (Version)

Every Previs must have some sort of reference to pin down to the exact maya file of which have created the previs itself.

20. Production Department
Scheduling and coordinating artists and make sure the work is delivered on time.

21. Rotoscoping/ Paint Department
Does Rotoscoping and Paing frame-by-frame especially when there’s a need to remove certain element form the footage. Such as to replace an actor with CG element (They have given an example where Andy Serkis is being erased from the film frame by frame and eventually be replaced by Gollum model.) The main thing to take into account is the artist must have enough info on the shoot such as reference photo or photos from the shoot (Environment) in order to recreate the missing area where the actor’s being erased!

22. Shaders Department
This department (Again programmers) write small piece of code to define surface material characteristics. They have adopted Pixar’s Renderman as the main tool for rendering. However they said it’s quite costly as it costs $2500 per CPU for licensing. However, they suggested us to consult with the company to come up with a bulk licensing.

23. Shots Department (Render)
3D Elements come together in this department. The lighters take the motion that has been created for the shot and apply it to the rigged creatures, digital doubles, vehicles. The assign appropriate surface material texture and shaders that have been developed in each department. Then render out the sequence.

24. Texture Department
Create Texture for 3D models. Matt Aitken mentioned on our T-Rex model/texture that it’s being too low. In a sense the texture must be a lot larger by instead of utilizing one texture mapping for one creature, the texture UV must be split into around 20 texture space at 4096×4096 for each texture. As the rule of thumb he stated that it’s vital to have the smaller shown part that will be on screen to be at least 2K.

หลัง Workshop วันนี้ท่านฑูตอุ้ม ชวนรับประทานอาหารที่ที่พำนัก (ภาพระหว่างเดินทาง)

หน้าที่พำนักท่านฑูต


บริเวณห้องรับรอง

ขณะนั่งรับประทานอาหาร

ภาพหมู่

และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เซนต์สมุดลงนามของท่านฑูต (Guest Book)

จากนั้นจึงได้ขึ้นเขา Mt. Victoria เพื่อชมทัศนียภาพตอนกลางคืน

วันพุธที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันนี้เป็นวันแรกของการทำ Workshop แบบเต็มตัว นั่นหมายถึง ทางทีมเราเริ่มนำเอาความรู้ที่ทาง Weta แนะนำมาใช้ เริ่มจาก การทำปีกนกซึ่งคุณ Dana Peters นำเสนอไป โดยใช้วิธีการ ใช้ Locator และ Constraint ในการช่วยให้การกางปีก (อันนี้มีการบันทึกเก็บเอาไว้ในรูปแบบวิดีโอ ซึ่งไว้จะมาอัพเพิ่มเติมทีหลัง)

ในส่วนของ Composite คุณใหญ่ก็เริ่มนำเรื่องการใช้ Luma Key High Contrast เพื่อนำมาใช้ร่วมกับการ Roto  และ composite

ส่วนคุณบอลก็เริ่มนำเทคนิค Massive มาใช้

ภาพ สามทหาร ของเราวุ่นอยู่กับการทำ Workshop

ลัง Workshop คุณ Matt Aitken ก็กรุณาแวะเข้ามาและใ้ห้คำปรึกษาเพิ่มเติม โดยวันนี้คำถามยิงไปในเรื่องของการ scan โมเดล ที่เกิดจากการปั้น โดย ทีม Art (ปั้นจากดิน) ว่ามีวิธีการแนะอย่างไร

ที่ Weta Workshop คุณ Richard มีระบบเครื่องแสกนที่ค่อนข้างทันสมัย ชื่อ Faro Arm (http://www.faro.com/content.aspx?ct=US&content=pro&item=1) แต่จะใช้ในงานmี่ Weta Workshop เป็นหลัก ในส่วนของ Weta Digital พวก Marquette(รูปปั้น) ต่างๆจะถูกส่งไปเพื่อแสกนที่บริษัท  XYZRGB (http://www.xyzrgb.com/) ซึ่งให้ผลค่อนข้างดีถึงดีมาก โดยทางนั้นไม่เพียงแต่แสกนอย่างเดียว แต่ ยังทำให้การปรับขนาดโพลิกอนและปิดรูในส่วนที่เป็นข้อผิดพลาดอีกด้วย

ตอนขณะที่คุณ Matt ทำโปรเจค LOTR ได้มีการใช้ Polhemus FastSCAN (http://www.fastscan3d.com/) ในการแสหนรูปปั้น แต่ระบบนี้จะค่อนข้างเก่าแล้ว เพราะจำต้องมีรูปปั้นที่มีขนาดใหญ่มากเพื่อที่จะแสกนรายละเอียดเข้าไปได้ ตรงข้ามกับที่ xyzrgb ที่รูปปั้นไม่จำเป้นต้องมีขนาดใหญ่ ขอเพียงรายละเอียดดีเป็นพอ

ส่วนการแสกนหน้าตัวละคร (ที่เป็นมนุษย์)หรือที่เรียกว่า Digital Double Facial Scan นั้น ทางทีมงานมีระบบการแสกนเองเพราะต้องทำในระยะเวลาอันสั้น (คือต้องเซตแสกนหน้าคนให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่นาน) เครื่องที่ใช้ คือ Breuckmann 3D  (http://www.breuckmann.com) โดยเลี่ยงไม่ใช้ระบบการแสกนด้วย  “laser” แต่ใช้ระบบ project line mesh บนหน้าเรียกว่า topometric 3D metrologies

ไดอะแกรมแสดงวิธีการทำงาน

ผลที่ได้

หลังจากที่ได้สอบถามคำถามมากมาย เลยขออนุญาตถ่ายรูปกับคุณ Matt และมอบของขวัญ

วันอังคารที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๑ วันที่สองของการสัมนา
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เริ่มต้นวันที่ ๒ ประมาณ ๑๐ โมงเช้า โดยคุณ Matt Aitken(VFX Supervisor แห่ง Weta Digital) เป็นผู้ดำเนินรายการ และได้คุณ Richard Frances Moore (Animation Supervisor) มาแนะแนวทางเรื่องการสร้างอนิเมชั่น สำหรับภาพยนตร์ โดยเทคนิคที่ว่านี้คือ Shot Sculpting ซึ่งคุณ Richard Frances Moore ยกตัวอย่าง ซีน Gollum ถือแหวนท้ายเรื่อง LOTR:Return of the King ก่อนที่จะตกลงไปในลาวาาของ Mount Doom ตรงช่วงนิ้วนั้นได้ใช้เทคนิค Shot Sculpting เพื่อให้ได้อนิเมชั่นที่เนียนสมจริง

หลักการคือผู้ทำงานจะเซฟโมเดลออกทุกๆ ครึ่ง เฟรม และทำการปั้นเพื่อให้ได้ตามต้องการ ดังนั้นหากซีนนั้นมีอยู่ทั้งหมด 15 วินาที จะต้องทำการปั้นแบบ Shot Sculpting ทั้งสิ้น 720 โมเดล (หนึ่งวินาทีมี ๒๔ เฟรม และทำการปั้นทุกๆครึ่งเฟรม นั่นหมายถึง ๔๘ ต่อเฟรม)เทคนิคนี้คุณ Matt Aitken เสริมว่าได้ใช้ในฉากที่ ช้างยักษ์ Mûmak ชนกันในตอนรบพุ่ง ณ ทุ่ง Pelennor Fields ซึ่งการทำ Shot Sculpting นี้เป็นงานหนักและน่าเบื่อบ้าง เพราะต้องอาศัยความถึก แต่อย่างไรก็ดี งานนี้จะต้องให้เป้นหน้าที่ของนักปั้นโมเดลที่เก่งที่สุดของทีมเท่านั้น เพราะจะต้องทำการปั้นแบบทีละนิดๆ จนได้ภาพเคลื่อนไหวที่พลิ้วสมจริง

จากนั้นคุณ Richard Frances Moore ก็ได้แนะแนวต่อเรื่องของการจำลอง dynamic กล้ามเนื้อของสัตว์ โดยเฉพาะพวกเหล่าไดโนเสาร์ทั้งหลาย รวมถึงช้างด้วย ว่าควรทำส่วนไหนเป็น simulated synamic หรือส่วนไหนที่ทำการอนิเมตมือ (Key frame animation) นับว่าได้ตอบตรงจุดและมีประโยชน์กับทีมงานมากๆ

ต่อด้วยการสร้าง ขน ผม (Hair/Fur) โดยคุณ Richard ได้ยกเอาระบบขนของคิงคองมาเป็นตัวอย่าง เรื่องขนของคิงคองนั้นแต่เดิมทีมงาน Weta Digital ได้ลองใช้ Shave and a Haircut สำหรับโปรแกรม มายา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องให้ทีมงานภายในเขียนโปรแกรมเพื่อรองรับระบบขนเอง

รูปคุณ Richard กับทีมงานหลังการสัมนา

อีกรูปพร้อมคุณ Matt Aitken ด้วย

หลัง session เกี่ยวกับ animation,ก็ได้เวลาพักทานอาหารกลางวันพร้อมกับ คุณ Matt Aitken โดยระหว่างรับประทานอาหารก็พยายามไม่ให้เสียเวลา จึงถือโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับโปรแกรม Massive โปรแกรมเอกโปรแกรมหนึ่งที่ช่วยในการจำลองฝูงคนมากมาย โดยฝูงคนเหล่านี้จะถูกกำหนดด้วย “สมอง” เอาไว้สั่งการ และสามารถทำหรือตัดสินใจได้ด้วย โดยคุณบอล (Visual Effect Artist ของเรา)ได้สอบถามคำถามในเรื่องเกี่ยวกับการทำงานและเทคนิคการใช้โปรแกรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ยังได้หารือในส่วนของระบบการเรนเดอร์ภาพโดยที่ทาง Weta Digital ใช้อยู่นั้นคือระบบเรนเดอร์ของ Pixar:Renderman – https://renderman.pixar.com/ ที่สามารถจัดการเรนเดอร์ภาพได้สวยสมจริงในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป (หากใช้เครื่องเรนเดอร์จำนวนมากๆ 10000 cores หรือที่เขาเรียกกันว่า Render Farm นั่นเอง)

โปรแกรม Renderman นี้ถือเป็นมาตรฐานระบบการเรนเดอร์สำหรับหนังฮอลลี่วู๊ดฟอร์มยักษ์ทั้งหลาย โดยหนังที่ใช้ระบบเรนเดอร์นี้มี

2007
Harry Potter and the Order of the Phoenix
Meet the Robinsons
Pirates of the Caribbean: At Worlds End
Ratatouille
Spider-Man 3
Surf’s Up
Transformers

2006
Ant Bully
Cars
Charlotte’s Web
Da-Vinci Code
The Children of Men
Eight Below
Eragon
Flight 93
Happy Feet
Mission Impossible III
Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest
The Return of Zoom
Shaggy Dog
Skin Walkers
Superman Returns
V for Vendetta
World Trade Center
X-Men III

หลังรับประทานอาหารเที่ยง เราก็ได้คุณ Matt Welford มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ Composite ซึ่งคุณใหญ่ (Composite Supervisor ของเรา) ได้สอบถามคำถามในการ เตรียมตั้งแต่การ Shooting การสร้าง Mockup Model / Blue Model / การกั้นกรีน สำหรับการถ่ายมา composite

ระหว่างนี้เราเลยได้ดูเบื้องหลังการทำงานของภาพยนตร์เรื่อง Water Horse ในส่วนของการ composite ซึ่งตัวละครหลักเจ้า Crusoe นั้นถูกสร้างขึ้นมาเป็น Mockup ที่เหมือนจริงมากๆ โดยคุณ Matt Aitken เน้นย้ำให้ทำการสร้างโดยคำนึงถึงคุณสมบัติพื้นผิวให้ใกล้เคียงกับที่ควรเป็นด้วย และการสร้าง Blue Model เพื่อการถ่ายในช๊อตที่ตัวละครมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับตัว Crusoe

ทีมงานกับคุณ Matt Welford

Crusoe โมเดลเจ้าสัตว์ประหลาดแห่ง ลอคเนส

(ตอบคำถาม ทั้ง ZBrush และ MudBox มีความสามารถในการปั้นโมเดลรายละเเอียดสูงเหมือนกัน แต่(ณ ปัจจุบัน) ZBrush มีความซับซ้อนและฟีเจอร์มากกว่าเช่นนอกจากการปั้นแล้วยังสามารถลงสีใส่เทคเจอรืให้โมเดลได้ด้วย ในทางกลับกัน MudBox สามารถเรียนรู้ได้ไวกว่าเพราะ UI หรือ User Interface นั้นเป้นที่คุ้นตามากกว่า ZBrush อีกทั้ง MudBox ยังเพิ่งถูกฮวบเป็นของ AutoDesk คาดว่าในอนาคตอาจเห็นการใช้งาน MudBox / Maya / 3D Max อย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น ครับผม

แต่ ZBrush เองก็มาแรงเช่นกันเพราะใช้ทำในหนังหลากหลายเรื่อง (หนังสัตว์ประหลาดเกือบยทุกเรื่องในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมาก็ว่าได้) ผมมีนัดกับทางบริษัท ZBrush เดือนหน้า ไว้ผมจะมาอัพเดทให้ทราบเพิ่มเติมนะครับ)

จากนั้นคุณ Aimee ผู้จัดการทั่วไปของ Park Road Post Production และคุณ Amy ก็พาทัวร์สถานที่อย่างเป็นทางการ โดยไปตามโซนต่างๆไม่ว่าจะเป็น Theatre ที่คุณ Peter Jackson เอาไว้ใช้ในการดูงานหลังการกำกับ และพาชมห้องแล๊บ ในส่วนที่เรียกว่า DI (Digital Intermediate) ของฝั่ง Post Production (เช่นการ Grade สี การปรับแต่งต่างๆ)

ก่อนเข้าห้องแล๊บก็ต้องแปลงร่างใส่เสื้อคลุมกันเชื้อโรค แหะๆ

ภายในห้องแล๊บ ห้องนี้เป็นที่แรกของโลกที่ได้รับการ Certified จาก Kodak โดยมีความแม่นยำในการทำงานสูงมาก

ต่อด้วยห้องที่สร้างเสียงประกอบ เพราะในบางครั้ง (บ่อยครั้ง) การถ่ายอาจไม่ได้เสียงที่คมชัด ห้องนี้จึงเป้นห้องผลิตเสียงเสริม โดยภายในห้อง (ดูเหมือนนอกห้องมากกว่า) จะมีหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเห็น หิน โคลน ดิน(เอาไว้ย่ำแล้วอัดเสียง) ก๊อกน้ำ ล้อ และอีกมากมายสารพัดวัสดุ

สาวคนนี้เป็นผู้ผลิตเสียงเหล่านี้ครับ

ด้านนอกของห้องจะเป็นโซนเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการบันทึกเสียง เราเลยขอสแน๊บภาพพร้อมทีมงานของเขา

ตามด้วยห้องเสียงที่คุณ Aimee กล่าวว่าเป็นห้องที่ทำให้ Park Road Post ได้รับออสก้าถึง 2 รางวัลในสาขาเสียง (และเป็นสิ่งที่ทางเขาภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง)

อีกภาพกับห้องนี้

นอกจากนี้เรายังได้มีโอกาสได้ดูงานเกรดสี ของที่นี่โดยคุณ Aimee ได้เปิดตัว Trailer เรื่อง Red Cliff หรือ สามก๊กตอนศึกเซ๊กเพ๊ก ให้ดู ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยจอห์นวู นับเป็นหนังอีกเรื่องที่น่าจับตามองครับ

นับเป็นวันที่สนุกและได้สาระมากๆ หลังจากที่เรียนรู้กันทั้งวัน เมื่อเวลา ๕ โมงเย็น พนักงานขับรถจึงมารับ และแนะนำให้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Te Papa ใจกลางเมือง Wellington ตนไปนี้ ลมแรงมากๆเลยครับ

ทางเข้าข้างในพิพิธภัณฑ์ Te Papa

ตรงข้างหน้ามีโครงกระดูกม้าตั้งตระหง่าานในตู้กระจก

คุณโบ้กำลังศึกษากวางเพื่อเอาไปปั้นโมเดล (อิ อิ)

ข้างหลังทีมงานคือห้องโครงกระดูก X-Ray Room ที่มีแต่กระดูกสัตว์นานาชนิด

รวมถึงปลาวาฬด้วย

ภายนอกพิพิธภัณฑ์ Te Papa (ติดทะเล)

คุณใหญ่ยืนรับลมหน้าพิพิธภัณฑ์ Te Papa

จากนั้นจึงพากันไปกินอาหารที่ห้างใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์ Te Papa ก่อนเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อน (เวลา ขณะนั้นประมาณ ๒ ทุ่ม)


Posts made this month

มีนาคม 2017
พฤ อา
« เม.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Select Post by Month

Blog Stats

  • 381,826 visitors