Thai ZBrush

Archive for the ‘ชีวิตส่วนตัวนาย ZBrusher’ Category

รายชื่อศิลปินที่ผลงานได้รับเลือกให้อยู่ในหนังสือ Spectrum #19

รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชิ้นงานประติมากรรมสำริด “Lady of Naga” ได้ถูกคัดเลือกให้อยู่ในหนังสือรวบรวมงานศิลปะแฟนตาซี SPECTRUM ประจำปี เล่มที่ 19 สามารถดูลิสรายชื่อศิลปินทั้งหมดได้ที่นี่

ต้องขอขอบพระคุณ ZBrushCentral ที่กรุณา เลือก ชิ้นงานปั้น อันใหม่ให้อยู่ในหมวด Top Row ของ Community. สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและขั้นตอนการทำได้ที่ http://www.zbrushcentral.com/showthread.php?165385-Lady-of-Naga

Lady of Naga ถูกคัดเลือกให้อยู่ใน Top Row Gallery

งาน Lady of Naga หรือ สตรีแห่งพญานาค เซตคู่เป็นชิ้นงานที่จะแสดงใน งานแสดงศิลประจำปีโดยกลุ่มศิลปิน ศิลปาศรี ในหัวข้อ “หิมพานต์” งานชิ้นนี้ ได้ถูกออกแบบโดย นายยงเกียรติ และนางสาวอรอุมา โดยต้องการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างมนุษย์ และธรรมชาติ โดยผู้ออกแบบได้เลือกพญานาค เป็นแทนเชิงรูปธรรมขอธรรมชาติที่อ่อนโยน น่าสัมผัส หากมนุษย์ทำดีต่อสิ่งแวดล้อม มนุษย์ก็สามารถอยู่คู่กับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข

ชิ้นงานทั้งสองนี้เป็นผลิตผลที่เกิดจากการผสมผสานเทคนิค Digital Arts ทั้งแบบ 2 มิติ 3 มิติ หลอมรวมกับกระบวนการผลิตงานที่พิถีพิถันเป็นงานศิลปะเพื่อการสะสม ทั้งในรูปแบบ Fine Arts Giclée และ Fine Art Bronze (งานหล่อสำริด) โดยได้ใช้ครบศาสตร์แขนงต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ การจัดองค์ประกอบศิลป์ จิตรกรรมภาพวาด(Digital Painting) งานประติมากรรม Digital(3D Sculpting ด้วยโปรแกรม ZBrush) เทคนิคการทำชิ้นงานต้นแบบ (Rapid Prototype) และการหล่อสำริดแบบดั้งเดิม

Lady of Naga (รูปหล่อสำริด) ปั้นจาก ZBrush และผลิตเป็นชิ้นงานจริง

Lady of Naga (รูปหล่อสำริด) ปั้นจาก ZBrush และผลิตเป็นชิ้นงานจริง

โดยตัวงานมีการขึ้น คอนเซปต์ (ท่าทาง) จากโปรแกรม ZBrush โดยการใช้ระบบ Mannequin และปั้นเสริมโดยการใช้ DynaMesh แล้วจึงนำผลงานออกไปปั้นด้วยขี้ผึ้งเพื่อนำไปหล่อเป็นชิ้นงานสำริดน้ำเอก (Everdur Bronze / Silicon Bronze) ต่อไป

ภาพเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ในงานยังมีภาพพิมพ์ Giclée โดยคุณอรอุมา ขนาด 36นิ้ว x 55นิ้ว บนกระดาษ Canvas Hahnemuehle สำหรับหอศิลป์

ภาพพิมพ์ Giclée บนผ้าใบ Hahnemuehle

หากฟังไปแล้วเหมือนว่างานสองชิ้นนี้รังสรรค์ขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี่สมัยใหม่ แต่ในการที่จะสรรสร้างผลงานที่งดงามควรค่าแก่การเก็บสะสม ยังคงต้องอาศัยความเข้าใจทางด้านศิลปะที่เริ่มจากกระดาษและดินสอซึ่งเป็นหัวใจหลักของการผลิตงานศิลปะ

โครงการ “หิมพานต์” ได้แรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยทางผู้จัดทำ ต้องขอขอบพระคุณ OCAC (สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม) ในการสนับสนุนงานออกแบบตัวละคร, บริษัท Comgraph ในการเอื้อเฟื้องาน Rapid Prototype, บริษัท Sapura Marketing ที่สนับสนุน Tablet Wacom ให้แก่โครงการ, บริษัท Post Element (หนังสือ ComputerArts Thailand) ที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับทางโครงการ และกลุ่มศิลปิน ศิลปาศรี ที่เล็งเห็นคุณค่าแห่งศิลปะและให้เป็นกำลังใจแก่ศิลปินในการผลิตผลงาน

งานนี้จะเป็นงานสำริด ชิ้นแรก จากซีรี่ย์ หิมพานต์ (ยังคงหาผู้สนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนการผลิตงานสำริด) และหวังว่าสักวันจะสามารถนำเอารูปหล่อสำริดอันเกิดจากตำนานไทยและจินตนาการศิลปินยุคใหม่ มาผลิตเป็น ชิ้นงานประติมากรรมร่วมสมัยแบบ Walk Through ขนาดใหญ่ (แบบ Sculpture Park) ผู้สนใจ สามารถติดต่อสนับสนุนได้ที่ นายยงเกียรติ กาญจนพายัพ (+66.85.906.1595) หรือ อีเมล์ Yongkiatk(ที่)gmail.com ขอบพระคุณมากครับ

หากทราบวันที่แสดงงานแน่นอน จะแวะมาอัพเดทโพสอีกรอบนะครับ

http://www.zbrushcentral.com/showthread.php?165385-Lady-of-Naga

ช่วงสงกราต์เป็นช่วงที่มีเวลาทำงานหิมพานต์ จึงได้ย้อนกลับมาปั้นยักษ์ หลายๆ ตัวที่ครั้งที่แล้วปั้นไว้ยังไม่สมบูรณ์นัก โดยตัวนี้ได้เกียรติคุณอนันต์ ธิตาคมเป็นผู้ออกแบบตัวละคร ส่วนเครื่องแต่งกายโดยคุณกิ๊บและผม

null

ต่อเนื่องจากโพสที่แล้ว (https://zbrusher.wordpress.com/2010/01/01/zci/) รายชื่อ ZBrush Certified  Instructors สามารถดูได้ใน เว๊บหลัก http://www.pixologic.com/zclassroom/schools/ หากเข้าไปจะเห้นรายชื่อของผมอยู่ ทั้งนี้ ZCI เน้นเพื่อเปิดสอนโปรแกรม ZBrush โดยเฉพาะ ในส่วนของผมแล้ว ZCI จะเน้นใช้สอนคนต่างชาติ ที่อยู่ในไทย ด้วยภาษาอังกฤษ หรือสถาบันสอนนานาชาติ ส่วนภาคภาษาไทย จะสอนที่สถาบัน ZLA (084.104.0088) มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต

ปรับแต่งและเรนเดอร์พญานาคเพิ่มเติม โดยใช้โปรแกรม Vue Render

ก่อนปีใหม่ได้ผ่านการทดสอบ จากบริษัท Pixologic และได้รับการแต่งตั้งสถานะให้เป็น ZBrush Certified Instructor (ZCI) นั่นหมายถึงผมสามารถไปสอนแบบเป็นทางการให้กับบริษัทชั้นนำของโลกที่สนใจในโปรแกรมนี้ได้ (และก็มีสตูดิโอที่อเมริกาได้ติดต่อมาให้ไปสอนแล้ว วู๊ฮู๊) แต่ยังไปไม่ได้จนกว่าภารกิจหลักเราเสร็จ

ส่วนไป  Cer ก็มีหน้าตาดังนี้ครับผม

ช่วงนี้งานค่อนข้างรัดตัว แต่ก็พยายามทำ Pre-production งานดีไซน์คาแรกเตอร์เพชรพระอุมาให้ มจ.ชาตรี ได้ทรงเห็นด้วย สำหรับใครที่ไม่รู้จักเรื่องเพชรพระอุมา ขอบอกว่าเชยมาก (ล้อเล่นครับ) เหอๆ ผมขออนุญาติแนะนำ (โดยการคัดลอกข้อมูลจากเว๊บวิกิ ละกัน)

เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของนายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2533 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน

โครงเรื่องของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้เค้าโครงเรื่องมาจากแนวความคิดของเรื่องคิง โซโลมอน’ส มายน์ส ของ เซอร์ฯ แฮกการ์ด ซึ่งเป็นเค้าโครงของการผจญภัยเรื่องที่ดีมากเรื่องหนึ่ง โดยก่อนหน้าที่พนมเทียนจะเขียนเพชรพระอุมาก็ได้มีการวางโครงเรื่องคร่าว ๆ ไว้เช่นเดียวกับงานเขียนอื่น ๆ ซึ่งโครงเรื่องคร่าว ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนวางเอาไว้เพียงเล็กน้อยโดยกำหนดให้เป็นเรื่องราวการผจญภัยในป่าของ นายพรานผู้นำทางคนหนึ่งเท่านั้น

ตัวแรกที่เริ่มทำนี้คือผีกองกอย ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์หระหลาดที่คณะเดินทางได้พบ นี่คือคำบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดชนิดนี้

ใบหน้ารูปวงกลมนั้น ใหญ่ขนาดหน้าเด็กอายุ 8 ขวบ แต่มันมีลักษณะเหมือนใบหน้าของสัตว์ประหลาดในนรกภูมิ ซึ่งไม่อาจจะพรรณนาเปรียบเทียบกับอะไรได้ใกล้เคียง เหี่ยวย่นมีสีคล้ำประหนึ่งเปลือกไม้จมูกแบนแฟบ เห็นแต่รูกลวงลงไปกลางใบหน้าสองรู ปราศจากริมฝีปากฟันล่างครอบฟันแถวบนเป็นรูปใบหอกสามซีกเรียงกันอยู่ข้างหน้า และเขี้ยวสองคู่ยาวประมาณองคุลีเศษแซงประสานกันดุจเขี้ยวงู    จุดอันเด่นชัดและดูเหมือนจะมีอิทธิพลแรงกล้าที่สุด คือ ดวงตาทั้งสองที่กลมดิกโปนถลนคมวาวขนาดเกือบเท่าไข่ไก่ ซึ่งค้านกับใบหน้าเล็กๆ นั้นเป็นตรงข้าม และไม่ผิดอะไรกับลูกแก้วสำหรับสะกดจิต    ผมยาวเป็นกระเซิงรุงรังประต้นคอด้านหลัง และแผ่ออกไปรอบๆใบหน้าเหมือนลูกตาลยี ช่วงขายาวเรียว ช่วงแขนสั้น ท้องป่องพลุ้ย กลิ่นสาบสางจากตัวมันโยชตลบมากระทบจมูกทุกคนคล้ายๆ กลิ่นศพตายซาก

จริงๆแล้วตัวนี้เป็นตัวดีไซน์ที่4 ที่ทำให้ท่านมุ้ยตัดสินใจ โดยเริ่มจากโครงกระดูกและกะโหลกนะครับ ผมจะพยายามนำใมาโพสในนี้เรื่อยๆ ส่วนเวอร์ชั่นอื่นๆ และความคืบหน้าแบบรายวันสามารถติดตามได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7607127/A7607127.html


Posts made this month

สิงหาคม 2017
พฤ อา
« เม.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Select Post by Month

Blog Stats

  • 388,640 visitors